Wednesday, January 20, 2010

ธปท.ยังอุบไต๋ เคดีบีขอซื้อหุ้น นครหลวงไทย

จัดทำบทความโดย น.ส.ขวัญดาว แตงอ่อน เลขทะเบียน 4902100227

เรื่อง ธปท.ยังอุบไต๋ เคดีบีขอซื้อหุ้น นครหลวงไทย

กองทุนฟื้นฟูฯ แจงได้ข้อสรุปนักลงทุนทุกรายเสนอซื้อนครหลวงไทยสิ้นเดือนม.ค.นี้

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) เปิดเผยว่า มีผู้สนใจประเมินสินทรัพย์และหนี้สินของธนาคารนครหลวงไทยหลายราย หลังจาก รับข้อเสนอทั้งหมดแล้วจะนำ ข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนม.ค.นี้
สำหรับกรณีธนาคารโคเรีย ดีเวล็อปเมนต์ แบงก์ (เคดีบี) ของเกาหลี สนใจเข้าซื้อหุ้นในธนาคารนครหลวงไทยนั้น นางทองอุไร กล่าวว่า รอให้กองทุนฟื้นฟูฯ เปิดเผยรายละเอียดอีกครั้ง เมื่อกระบวนการขายแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะทันตามกำหนดในไตรมาสแรกของปีนี้แน่นอน

“นักลงทุนที่ผ่านเข้ารอบเข้าไปดูทรัพย์สินและหนี้สินของธนาคารนครหลวงไทยเพื่อนำไปประเมินขณะนี้มีอยู่หลายราย ซึ่งผู้ที่สนใจซื้อจะต้องส่งข้อมูลทั้งหมดภายในเวลา 17.00 น. ของสิ้นเดือนม.ค.นี้เท่านั้น เนื่องจากจะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว” นางทองอุไร กล่าว

ปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูฯ ถือหุ้นนครหลวงไทย (SCIB) ในสัดส่วน 47%


ที่มา: http://www.posttoday.com/finance.php?id=86128

คำถาม
1.ธปท.ย่อมาจากอะไร
2.เคดีบี คือธนาคารใด
3.ธนาคารโคเรีย ดีเวล็อปเมนต์ แบงก์ เป็นของประเทศใด

Tuesday, January 19, 2010

ธปท.ห้ามตีตราลงบนเช็ค

จัดทำบทความโดย น.ส.สุมาภรณ์ ว่องถาวรกิจ เลขทะเบียน 4902100002

เรื่อง ธปท.ห้ามตีตราลงบนเช็ค

ธปท.ออกกฎห้ามประทับตราสำคัญลงบนเช็คสหกรณ์กว่าหมื่นแห่ง นิติบุคคลป่วนหนัก บุกขอผ่อนผันหวั่นธุรกิจชะงัก

นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหนังสือเวียนให้ยกเลิกการประทับตราสำคัญลงบนเช็ค โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ก.พ.นี้ หากมีการประทับตราบนเช็คจะคัดออกทันที ทำให้สหกรณ์กว่า 1 หมื่นแห่งได้รับผลกระทบ เนื่องจากตามกฎข้อระเบียบของสหกรณ์ ทั่วประเทศกำหนดให้ลงนามผู้มีอำนาจพร้อมตราประทับเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ประทับตรานั้น สหกรณ์จะต้องมีการเรียกประชุมสมาชิกทั้งหมดเพื่อขอลงมติที่ประชุมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสหกรณ์ ซึ่งตามระเบียบจะต้องใช้เวลา 150 วัน ในช่วงระยะเวลาที่ยังไม่สามารถเรียกประชุมก็ไม่สามารถใช้เช็คได้ ซึ่งจะกระทบทั้งระบบจนประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้

ขณะที่บริษัทนิติบุคคลเอกชนอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

นายเฉลิมพล กล่าวว่า จะเข้าพบผู้บริหารธปท.เพื่อชี้แจงความเดือดร้อนและจะขอยกเว้น

“ผมเข้าใจว่าสาเหตุที่ธปท. ออกข้อกำหนดดังกล่าว เนื่องจากเปลี่ยนระบบเคลียริงเช็คเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากประทับตราสำคัญลงบนเช็คอาจจะมองไม่เห็นลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามได้ แต่ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนที่เกี่ยวข้องด้วย” นายเฉลิมพล กล่าว

แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้นิติบุคคลทั่วไปต่างก็มีปัญหา เพราะตามระเบียบบริษัทและกฎหมายแพ่งพาณิชย์มีการกำหนดลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามและประทับตราเป็นสำคัญด้วยทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติมาก

สำหรับปริมาณเช็คในปัจจุบันนั้น มีจำนวนเช็คเรียกเก็บต่อวันเฉลี่ย 1.9-2.2 แสนฉบับ มูลค่า เฉลี่ยวันละ 127-216 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กทม. มูลค่าเฉลี่ยการใช้เช็คไตรมาสละ 7,500-7,800 ล้านบาท

ที่มา http://www.posttoday.com/finance.php?id=85769

คำถาม
1. ธปท.ออกกฎห้ามทำอะไรลงบนเช็คสหกรณ์
2. ใครคือประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย
3. เช็คเรียกเก็บต่อวันเฉลี่ยกี่ฉบับ

Friday, January 8, 2010

เพื่อชาติ

จัดทำบทความโดย น.ส.เยาวลักษณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขทะเบียน 4902100243

เรื่อง เพื่อชาติ

ว้าว ถือเป็น “รัฐมนตรี”ตัวใหญ่ใจกล้า ที่ฟ้าใสต้องขอปรบมือให้ ในขณะที่ใครๆ ไม่กล้าแตะสื่อมวลชนสาธารณะที่ชื่อโก้หรูว่า

สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย หรือ “ไทยพีบีเอส” และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ “สสส.” ที่ใช้งบประมาณแบบหว่านแห

แต่ “หมอ 19 บาท” นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ผู้ซึ่งกำลังโดนมรสุมในเรื่องการถือหุ้นอยู่ กล้าทำ...

หมอ 19 บาท ปักธงว่าจะดึงเงิน “สสส.-ทีวีไทย” ที่รับไปปีละจำนวนมากมาแบ่งให้คนพิการและผู้ด้อยโอกาส

นพ.พฤฒิชัย หรือหมอ 19 บาท ไม่ได้คิดในใจเหมือนใครๆ แต่สั่งเล้ย มอบหมายให้ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต ผู้มีจิตสาธารณะ ศึกษาออกระเบียบนำเงินมาช่วยคนพิการโดยตรง

ฟ้าใสเห็นข้อเสนอแล้วชูจั๊กกะแร้เชียร์เต็มที่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เสนอให้ใช้วิธีแบ่งรายได้จากที่สนับสนุนสสส.และทีวีไทย มาช่วยผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส

สสส.มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและภาษียาสูบในอัตรา 2% รวมแล้วสสส.มีรายได้ปีละกว่า 2,000-2,500 ล้านบาท
ขณะที่ทีวีไทยนั้นมีรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและภาษียาสูบในอัตรา 1.5% คิดเป็นเงินก็ตกปีละ 2,000 ล้านบาท

แต่ผลงานไม่ค่อยเข้าตาประชาชี ผิดกับงบประมาณที่เทลงไปปีละมหาศาล เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ ไปทำเรื่องที่คนไม่ค่อยสนใจ...แถมห้ามใครจุ้น ห้ามยุ่มย่าม

มีเพียงคณะกรรมการที่มี เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม จินตนา พันธุฟัก นพ.พลเดช ปิ่นประทีป กมล กมลตระกูล มัทนา หอมลออ อรศรี งามวิทยาพงศ์ สมชัย สุวรรณบรรณ เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ จอน อึ๊งภากรณ์ และทีมงานใหญ่ เทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการ วสันต์ ภัยหลีกลี้ พรรณิภา โสตถิพันธุ์ บุญชาย ศิริโภคทรัพย์ เท่านั้นที่มีอำนาจ

เงินปีละ 2,000 ล้านบาท กลับทำให้ทีวีไทยเรตติ้งเงียบฉี่ไม่แพ้ช่อง 11 ลองเอาเงินมหาศาลนั้นไปจ้างช่อง 3 ช่อง 7 ทำ รับประกันกระฉูด

แม้ข้อเสนอนี้จะยังไม่ถึงมือรัฐมนตรี แต่เจ้าหน้าที่กำลังร่างระเบียบใช้วิธีแบ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบมาให้ โดยเห็นว่าทีวีไทยรับไปแค่ปีละ 1,000-1,500 ล้านบาทก็น่าจะพอ แถมภาษีสุราและยาสูบนั้นนับวันมีแต่ขึ้นกับขึ้น แม้สสส.จะจัดกิจกรรมรณรงค์ก็ตาม

หมอ 19 บาทผู้ใจกล้าก็ให้นโยบายว่า ให้ “กำหนดเพดาน” ไว้ เกินกว่านั้นก็ปันเงินมาช่วยคนด้อยโอกาสและพิการ ทำไปเล้ย อย่าฟังเสียงด่า

ใครค้านช่วยยกมือขึ้นมาหน่อย ฟ้าใสจะแจ้งให้สมาคมคนพิการได้รับรู้...อิๆ ลุยไปเล้ยหมอ 19 บาท เพื่อชาติ ฟ้าใสเชียร์ขาดใจ


ที่มา:http://www.posttoday.com/finance.php?id=84491

คำถาม
1. สสส.มีรายได้ปีละเท่าไร
2. ที่ทีวีไทยมีรายได้ปีละเท่าไร
3. สถานที่ใดบ้างที่ใช้งบประมาณแบบหว่านแห