จัดทำบทความโดย น.ส.สุมาภรณ์ ว่องถาวรกิจ เลขทะเบียน 4902100002
เรื่อง ‘คลัง’ล้วงลูก มอบดาบสคร. คุ้ยรัฐวิสาหกิจ
กระทรวงการคลังเสนอเพิ่มอำนาจสคร. คุมรัฐวิสาหกิจ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน รายงานตรงครม
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อหาวิธีแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา เนื่องจากปัจจุบันพบว่ารัฐวิสาหกิจหลายแห่งไม่มีกลไกบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ไขเพิ่มอำนาจให้แก่คณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) หรืออาจจะเพิ่มบทบาทให้สคร.โดยตรง เพื่อให้สามารถเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้โดยตรง
นายกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจดำเนินนโยบายไปกันคนละทาง ตัวอย่างเช่นกรณีที่สคร.เสนอแนวทางเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออปติก) ร่วมกันระหว่างรัฐวิสาหกิจสาขาโทรคมนาคม คือ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม กับรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มีการลงทุนซ้ำซ้อนกัน แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขกฎหมายจะมีความยุ่งยาก ดังนั้นอาจจะให้ที่ ประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) มีมติให้ยกระดับกนร. หรืออาจจะให้สคร.ทำหน้าที่ประสานงานให้ครอบคลุมและมอบอำนาจให้เสนอแผนงานของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งได้โดยตรง
ที่มา http://www.posttoday.com/finance.php?id=88065
คำถาม
1. สคร.ย่อมาจากอ่ะไร
2. กฟผ.ย่อมาจากอ่ะไร
3. กฟน.ย่อมาจากอ่ะไร
Tuesday, February 2, 2010
‘แบงก์แลนด์’สู้ไม่มีถอย
จัดทำบทความโดย น.ส.เยาวลักษณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขทะเบียน 4902100243
เรื่อง ‘แบงก์แลนด์’สู้ไม่มีถอย
กลุ่มแลนด์ฯ ลั่น ไม่มีวันขายธนาคาร คุยกองทุนร่วมซื้อหุ้น
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกองทุนต่างประเทศ 2-3 รายสนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ซึ่งธนาคารกำลังพิจารณารายละเอียดว่าเป็นกองทุนประเภทใด แต่สิ่งสำคัญต้องมีประวัติที่ดี
สำหรับสาเหตุที่ธนาคารสนใจพันธมิตรที่เป็นกองทุนมากกว่าสถาบันการเงิน เพราะการลงทุนกองทุนจะอยู่ไม่นาน 5-6 ปี หากมีกำไรก็ขายเปลี่ยนมือให้พันธมิตรรายอื่นได้ เป็นสิ่งที่ธนาคารยอมรับได้ แต่หากเข้ามาในรูปแบบสถาบันการเงินเพื่อเป็นพันธมิตรจะมีความยุ่งยากต่อผู้ถือหุ้นเดิม และขณะนี้สถาบันการเงินต่างชาติหลายแห่งก็เอาตัวเองไม่รอด
นายรัตน์ กล่าวยืนยันว่า กลุ่มแลนด์ฯ ไม่เคยคิดจะขายธนาคารแห่งนี้ และจะสู้ไม่ถอย เพราะต่อไปการจะเกิดธนาคารใหม่ขึ้นในประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้มีเงินและอยากทำธุรกิจก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้ เพราะแผนแม่บทเพื่อพัฒนาสถาบันการเงิน ฉบับที่ 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเข้มงวดในธุรกิจนี้มากขึ้น
“เราอยากเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาว พวกเราทำธนาคารด้วยความอดทนอดกลั้น และทำมาแล้ว 4 ปี เติบโตได้โดยไม่มีข้อกล่าวหา มาถึงวันนี้เราจะไม่ถอย และจะดูแลต่อไป เพราะต่อจากนี้หากคุณมีเงินแล้วอยากลุกขึ้นมาทำธนาคาร ไม่ใช่ว่าจะทำได้” นายรัตน์ กล่าว
นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกนี้ธนาคารจะเพิ่มเงินกองทุน 1 ต่อ 1 ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จากปัจจุบันมีทุนชำระแล้ว 2,650 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทุนเพิ่มขึ้นเป็น 5,300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือตั้งใจจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก 600-700 ล้านหุ้น ในราคามากกว่า 1 บาท เพื่อให้ได้ทุนเป็น 7,253 ล้านบาท ส่วนต่างที่เหลือเพื่อให้ทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมาจากกองทุนที่เข้ามาในรูปแบบพันธมิตร ก่อนขอยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งแผนแม่บทกำหนดให้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ได้หากมีทุน 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อรองรับลูกค้าเงินฝาก ก่อนพ.ร.บ.สถาบัน คุ้มครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ
สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรสุทธิ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 52% มียอดสินเชื่อคงค้าง 3.56 หมื่นล้านบาท เงินฝากและเงินกู้ยืม 4.2 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าว่าสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%
ที่มา:http://www.posttoday.com/finance.php?id=88064
คำถาม
1. ใครคือประธานกรรมการบริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
2. ใครคือกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
3. บลจ.ย่อมาจากอะไร
เรื่อง ‘แบงก์แลนด์’สู้ไม่มีถอย
กลุ่มแลนด์ฯ ลั่น ไม่มีวันขายธนาคาร คุยกองทุนร่วมซื้อหุ้น
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกองทุนต่างประเทศ 2-3 รายสนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ซึ่งธนาคารกำลังพิจารณารายละเอียดว่าเป็นกองทุนประเภทใด แต่สิ่งสำคัญต้องมีประวัติที่ดี
สำหรับสาเหตุที่ธนาคารสนใจพันธมิตรที่เป็นกองทุนมากกว่าสถาบันการเงิน เพราะการลงทุนกองทุนจะอยู่ไม่นาน 5-6 ปี หากมีกำไรก็ขายเปลี่ยนมือให้พันธมิตรรายอื่นได้ เป็นสิ่งที่ธนาคารยอมรับได้ แต่หากเข้ามาในรูปแบบสถาบันการเงินเพื่อเป็นพันธมิตรจะมีความยุ่งยากต่อผู้ถือหุ้นเดิม และขณะนี้สถาบันการเงินต่างชาติหลายแห่งก็เอาตัวเองไม่รอด
นายรัตน์ กล่าวยืนยันว่า กลุ่มแลนด์ฯ ไม่เคยคิดจะขายธนาคารแห่งนี้ และจะสู้ไม่ถอย เพราะต่อไปการจะเกิดธนาคารใหม่ขึ้นในประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้มีเงินและอยากทำธุรกิจก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้ เพราะแผนแม่บทเพื่อพัฒนาสถาบันการเงิน ฉบับที่ 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเข้มงวดในธุรกิจนี้มากขึ้น
“เราอยากเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาว พวกเราทำธนาคารด้วยความอดทนอดกลั้น และทำมาแล้ว 4 ปี เติบโตได้โดยไม่มีข้อกล่าวหา มาถึงวันนี้เราจะไม่ถอย และจะดูแลต่อไป เพราะต่อจากนี้หากคุณมีเงินแล้วอยากลุกขึ้นมาทำธนาคาร ไม่ใช่ว่าจะทำได้” นายรัตน์ กล่าว
นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกนี้ธนาคารจะเพิ่มเงินกองทุน 1 ต่อ 1 ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จากปัจจุบันมีทุนชำระแล้ว 2,650 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทุนเพิ่มขึ้นเป็น 5,300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือตั้งใจจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก 600-700 ล้านหุ้น ในราคามากกว่า 1 บาท เพื่อให้ได้ทุนเป็น 7,253 ล้านบาท ส่วนต่างที่เหลือเพื่อให้ทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมาจากกองทุนที่เข้ามาในรูปแบบพันธมิตร ก่อนขอยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งแผนแม่บทกำหนดให้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ได้หากมีทุน 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อรองรับลูกค้าเงินฝาก ก่อนพ.ร.บ.สถาบัน คุ้มครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ
สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรสุทธิ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 52% มียอดสินเชื่อคงค้าง 3.56 หมื่นล้านบาท เงินฝากและเงินกู้ยืม 4.2 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าว่าสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%
ที่มา:http://www.posttoday.com/finance.php?id=88064
คำถาม
1. ใครคือประธานกรรมการบริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
2. ใครคือกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
3. บลจ.ย่อมาจากอะไร
Subscribe to:
Posts (Atom)