Tuesday, February 2, 2010

‘คลัง’ล้วงลูก มอบดาบสคร. คุ้ยรัฐวิสาหกิจ

จัดทำบทความโดย น.ส.สุมาภรณ์ ว่องถาวรกิจ เลขทะเบียน 4902100002

เรื่อง ‘คลัง’ล้วงลูก มอบดาบสคร. คุ้ยรัฐวิสาหกิจ

กระทรวงการคลังเสนอเพิ่มอำนาจสคร. คุมรัฐวิสาหกิจ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน รายงานตรงครม
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อหาวิธีแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา เนื่องจากปัจจุบันพบว่ารัฐวิสาหกิจหลายแห่งไม่มีกลไกบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ไขเพิ่มอำนาจให้แก่คณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) หรืออาจจะเพิ่มบทบาทให้สคร.โดยตรง เพื่อให้สามารถเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้โดยตรง
นายกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจดำเนินนโยบายไปกันคนละทาง ตัวอย่างเช่นกรณีที่สคร.เสนอแนวทางเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออปติก) ร่วมกันระหว่างรัฐวิสาหกิจสาขาโทรคมนาคม คือ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม กับรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มีการลงทุนซ้ำซ้อนกัน แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขกฎหมายจะมีความยุ่งยาก ดังนั้นอาจจะให้ที่ ประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) มีมติให้ยกระดับกนร. หรืออาจจะให้สคร.ทำหน้าที่ประสานงานให้ครอบคลุมและมอบอำนาจให้เสนอแผนงานของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งได้โดยตรง


ที่มา http://www.posttoday.com/finance.php?id=88065

คำถาม
1. สคร.ย่อมาจากอ่ะไร
2. กฟผ.ย่อมาจากอ่ะไร
3. กฟน.ย่อมาจากอ่ะไร

‘แบงก์แลนด์’สู้ไม่มีถอย

จัดทำบทความโดย น.ส.เยาวลักษณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขทะเบียน 4902100243

เรื่อง ‘แบงก์แลนด์’สู้ไม่มีถอย

กลุ่มแลนด์ฯ ลั่น ไม่มีวันขายธนาคาร คุยกองทุนร่วมซื้อหุ้น

นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกองทุนต่างประเทศ 2-3 รายสนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ซึ่งธนาคารกำลังพิจารณารายละเอียดว่าเป็นกองทุนประเภทใด แต่สิ่งสำคัญต้องมีประวัติที่ดี
สำหรับสาเหตุที่ธนาคารสนใจพันธมิตรที่เป็นกองทุนมากกว่าสถาบันการเงิน เพราะการลงทุนกองทุนจะอยู่ไม่นาน 5-6 ปี หากมีกำไรก็ขายเปลี่ยนมือให้พันธมิตรรายอื่นได้ เป็นสิ่งที่ธนาคารยอมรับได้ แต่หากเข้ามาในรูปแบบสถาบันการเงินเพื่อเป็นพันธมิตรจะมีความยุ่งยากต่อผู้ถือหุ้นเดิม และขณะนี้สถาบันการเงินต่างชาติหลายแห่งก็เอาตัวเองไม่รอด

นายรัตน์ กล่าวยืนยันว่า กลุ่มแลนด์ฯ ไม่เคยคิดจะขายธนาคารแห่งนี้ และจะสู้ไม่ถอย เพราะต่อไปการจะเกิดธนาคารใหม่ขึ้นในประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้มีเงินและอยากทำธุรกิจก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้ เพราะแผนแม่บทเพื่อพัฒนาสถาบันการเงิน ฉบับที่ 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเข้มงวดในธุรกิจนี้มากขึ้น

“เราอยากเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาว พวกเราทำธนาคารด้วยความอดทนอดกลั้น และทำมาแล้ว 4 ปี เติบโตได้โดยไม่มีข้อกล่าวหา มาถึงวันนี้เราจะไม่ถอย และจะดูแลต่อไป เพราะต่อจากนี้หากคุณมีเงินแล้วอยากลุกขึ้นมาทำธนาคาร ไม่ใช่ว่าจะทำได้” นายรัตน์ กล่าว

นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกนี้ธนาคารจะเพิ่มเงินกองทุน 1 ต่อ 1 ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จากปัจจุบันมีทุนชำระแล้ว 2,650 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทุนเพิ่มขึ้นเป็น 5,300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือตั้งใจจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก 600-700 ล้านหุ้น ในราคามากกว่า 1 บาท เพื่อให้ได้ทุนเป็น 7,253 ล้านบาท ส่วนต่างที่เหลือเพื่อให้ทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมาจากกองทุนที่เข้ามาในรูปแบบพันธมิตร ก่อนขอยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งแผนแม่บทกำหนดให้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ได้หากมีทุน 1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อรองรับลูกค้าเงินฝาก ก่อนพ.ร.บ.สถาบัน คุ้มครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ

สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรสุทธิ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 52% มียอดสินเชื่อคงค้าง 3.56 หมื่นล้านบาท เงินฝากและเงินกู้ยืม 4.2 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าว่าสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%


ที่มา:http://www.posttoday.com/finance.php?id=88064

คำถาม
1. ใครคือประธานกรรมการบริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
2. ใครคือกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
3. บลจ.ย่อมาจากอะไร