Friday, November 27, 2009

กสิกรคาดดอกเบี้ยไทยขึ้นหลังสหรัฐ

จัดทำบทความโดย น.ส.ขวัญดาว แตงอ่อน เลขทะเบียน 4902100227

เรื่อง กสิกรคาดดอกเบี้ยไทยขึ้นหลังสหรัฐ

กสิกรไทยเชื่อธปท. ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าสหรัฐ กลัวเงินทุนไหลเข้ากดดันค่าเงินบาท

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารประเมินว่าแม้เศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นแต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังไม่มีปัจจัยมากระตุ้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ
นายธิติ กล่าวว่า คาดว่าธปท.จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าสหรัฐแน่นอน เพราะหากขึ้นเร็วก็อาจส่งผลทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น และจะยากต่อการควบคุมค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งกสิกรไทยประเมินว่า สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลางปี 2553 ในระดับ 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 0-0.25%

ทั้งนี้ ประมาณการดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐานแนวโน้มคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐในตลาดล่วงหน้า เคยมองว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะปรับขึ้นเป็น 2% ในเดือนก.ย. 2553 แต่หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐออกมาระบุว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่ง ตลาดจึงปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐลงมาเหลือ 0.5%

ขณะเดียวกันนั้นปัญหาทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ซึ่งมีอยู่สูงถึง 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 50% ในช่วง 3 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเข้าไปดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินค่าเงินสกุลอื่น และไทยยังเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็ไม่มีแนวโน้มสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง

สำหรับค่าเงินบาทในปีหน้า คาดว่าจะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีนี้ โดยในกลางปีจะอยู่ในระดับ 32.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และในสิ้นปี 2553 จะแข็งค่าเป็น 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายธิติ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปีนี้ ยังแข็งค่าใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ระดับ 3-4% ขณะที่เพื่อนบ้านอยู่ในระดับ 4-5% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูง จากการนำเข้าสินค้าที่หดตัวแรงและการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ไทยยังแข็งค่าน้อยกว่าภูมิภาค

นายธิติ กล่าวว่า จากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2552 ภาคธุรกิจมีการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้มากกว่า 3.47 แสนล้านบาท ส่วนในปี 2553 คาดว่าออกหุ้นกู้ 2.25 แสนล้านบาท ซึ่งกสิกรไทยจะรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ 25% คิดเป็นมูลค่า 5.62 หมื่นล้านบาท ส่วนการปล่อยสินเชื่อร่วมในปีนี้อยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท ธนาคารปล่อยกู้ไป 1.9 หมื่นล้านบาท และในปี 2553 จะมีสินเชื่อร่วม 1.3 แสนล้านบาท กสิกรไทยจะปล่อยกู้ไม่น้อยกว่า 4 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวธปท.เปิดเผยว่า จะใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะขณะนี้แรงกดดันในเรื่องค่าเงินบาท และการลงทุนในรูปแคร์รีเทรดคือนักลงทุนกู้เงินสกุลหนึ่งในราคาถูกและใช้เงินนี้มาลงทุนในสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียรุนแรงมาก กรณีไต้หวันมีเข้ามากว่า 1.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และไทยก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้


ที่มา: http://www.posttoday.com/finance.php?id=77969


คำถาม
1. กสิกรคาดดอกเบี้ยไทยขึ้นหลังประเทศใด
2. สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลางปีใด
3. นายธิติ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปีนี้ ยังแข็งค่าใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ระดับใด

3 comments:

  1. คำตอบคือ

    1.ตอบ ประเทศสหรัฐ
    2.ตอบ สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลางปี 2553
    3.ตอบ อยู่ที่ระดับ 3-4% ขณะที่เพื่อนบ้านอยู่ในระดับ 4-5%


    นางสาวปิยนุช พละเยี่ยม เลขทะเบียน 4902100345

    ReplyDelete
  2. คำตอบคือ

    1.ประเทศสหรัฐ
    2.สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลางปี 2553 ในระดับ 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 0-0.25%
    3.อยู่ที่ระดับ 3-4% ขณะที่เพื่อนบ้านอยู่ในระดับ 4-5%

    นางสาวสิรินุช สมบัติวิชาธร เลขทะเบียน 5002100592

    ReplyDelete
  3. คำตอบคือ
    1.ประเทศสหรัฐ
    2.สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลาง2553 ในระดับ 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 0-0.25%
    3.อยู่ที่ระดับ 3-4% ขณะที่เพื่อนบ้านอยู่ในระดับ 4-5%

    นางสาวชลนิสา จงจิตร เลขทะเบียน 5002110021

    ReplyDelete